คุณภาพที่ Scale ได้
ตามความเร็วในการปล่อยเวอร์ชัน
Automated และ Exploratory Testing ที่ฝังอยู่ในกระบวนการ Delivery เพื่อให้คุณภาพ Scale ตามความเร็วในการปล่อยเวอร์ชัน
เราให้คุณภาพเป็นความสามารถของ Product ไม่ใช่ด่านตรวจสอบตอนท้ายก่อนส่งมอบ ทีมของเราวาง Test Strategy สร้าง Automation ที่ผูกกับ CI ครอบคลุมทั้ง Unit, API และ End-to-end เสริมด้วย Performance และ Security Testing แล้วแปลงผลลัพธ์เป็นรายงานที่ทีมนำไปใช้ได้จริง ผสมผสานเครื่องมืออย่าง Playwright, Cypress และ Jest เข้ากับ Exploratory Testing ที่คนลงมือทำ เพื่อจับสิ่งที่ Automation อย่างเดียวจับไม่ได้
ความสามารถ
ความสามารถหลัก
ความสามารถที่จับต้องได้จริงที่เรานำมาใช้ในทุกโปรเจกต์ ไม่ใช่แค่คำสวยหรู
Test Automation
Suite แบบ Unit, API และ End-to-end ที่ผูกกับ CI จับ Regression ก่อนผู้ใช้เจอ
Performance & Load
Load, Stress และ Soak Testing กับ Traffic แบบใกล้เคียงจริง เพื่อให้ Scale เป็นเรื่องคาดการณ์ได้
Security Testing
SAST/DAST, Dependency Scanning และการตรวจสอบเฉพาะจุดตาม Threat Model ของคุณ
Exploratory QA
Testing โดยคนสำหรับ Edge Case, UX Friction และสถานการณ์ที่ Automation อย่างเดียวคลอบคลุมไม่ถึง
เครื่องมือที่ใช้
เทคโนโลยีที่เราใช้งาน
เครื่องมือ Testing ที่พิสูจน์แล้ว เลือกใช้ตามโจทย์งานจริง ไม่ใช่ตามกระแส
วิธีการทำงาน
แนวทางการทำงานของเรา
เส้นทางที่ชัดเจนจาก Strategy สู่ Suite ที่ทีมเชื่อถือได้ ปรับตามแต่ละ Codebase ไม่ใช่สูตรสำเร็จตายตัว
Planning
วาง Test Strategy แบบ Risk-based
Test Design
Case, Data และ Coverage Map
Automation
CI Pipeline และ Suite ที่เสถียร
Execution
Regression, Exploratory, Release
Reporting
รายงานปัญหาที่นำไปแก้ได้จริง
Improve
ลด Flaky Test และเพิ่ม Coverage
คำถามที่พบบ่อย
คำตอบตรงไปตรงมาเกี่ยวกับวิธีที่เรา Test
Haliviq ให้บริการ Testing แบบไหนบ้าง?
Automated และ Exploratory Testing ที่ฝังอยู่ในกระบวนการ Delivery: Unit และ Integration Test, End-to-end Suite, Performance Testing และ Security Scanning เพื่อให้คุณภาพ Scale ตามความเร็วในการ Release แทนที่จะทำให้ช้าลง
ใช้เครื่องมือ Testing อะไรบ้าง?
Playwright, Cypress, Jest และ Vitest สำหรับ Functional และ End-to-end Testing, k6 สำหรับ Performance, OWASP ZAP สำหรับ Security Scanning และ BrowserStack สำหรับ Cross-device Coverage เราเลือกชุดเครื่องมือให้เข้ากับ Stack เดิมของคุณ ไม่ใช่ยัดเยียด List ตายตัวให้ทุกโปรเจกต์
เพิ่ม Automated Test ให้ Codebase เดิมที่ยังไม่มี Coverage ได้ไหม?
ได้ครับ เราเริ่มจาก User Journey ที่ Risk สูงสุด สร้าง End-to-end Safety Net ก่อน แล้วค่อยลง Coverage ไปถึง Integration และ Unit Test เมื่อ Suite เริ่มสร้างความเชื่อมั่นได้ แทนที่จะพยายามเขียน Test ทุกอย่างตั้งแต่วันแรก
ทำ Manual Testing ด้วยไหม หรือ Automated อย่างเดียว?
ทำทั้งสองอย่างครับ Exploratory Testing โดยคนที่เข้าใจ Product เจอสิ่งที่ Script พลาด เช่น Flow ที่สับสน, Bug ด้าน Visual หรือ Edge Case ที่ไม่มีใครคิดจะเขียน Script เราผสมกับ Automation แทนที่จะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
สร้าง Test Strategy ใช้เวลานานแค่ไหน?
การ Audit Flow ที่ Risk สูงสุดและวาง Coverage Plan ใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ ส่วนการสร้าง Automated Suite เริ่มต้นสำหรับ Product ขนาดกลาง มักใช้เวลา 4-8 สัปดาห์ หลังจากนั้น Suite จะเติบโตไปพร้อมทุก Release โดยไม่ต้องมี Push ใหญ่อีกครั้ง
งาน QA ต่อเนื่องมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?
ขึ้นอยู่กับขนาด Codebase และความลึกของ Coverage ที่ต้องการ การ Audit Test Strategy แบบเจาะจงเริ่มต้นที่หลักหมื่นปลายๆ (บาท) การสร้าง Automation เริ่มต้นสำหรับหนึ่งส่วนของ Product มักเริ่มที่หลักแสนต้นๆ ส่วนงาน QA ต่อเนื่องเสนอราคาเป็นรายเดือนตามความถี่ของ Release
การ Test จะทำให้ Release ช้าลงไหม?
ตรงข้ามเลยครับ เมื่อ Suite พร้อมแล้ว Automation ที่ผูกกับ CI รันเสร็จในไม่กี่นาทีทุก Commit ทำให้ทีม Ship ได้มั่นใจขึ้นและบ่อยขึ้น ไม่ใช่น้อยลง ความช้าที่เจอมักมาจาก Manual Regression Cycle ซึ่งเป็นสิ่งที่ Automation เข้ามาแทนที่โดยตรง
ถ้า Test เริ่ม Flaky หรือไม่น่าเชื่อถือจะทำอย่างไร?
เรามอง Flaky Test เป็นข้อบกพร่องของ Suite เอง ไม่ใช่สิ่งที่ Retry ผ่านไปเฉยๆ ส่วนหนึ่งของกระบวนการต่อเนื่องของเราคือติดตามอัตรา Flaky และแก้ที่ต้นเหตุ เช่น ปัญหา Timing, Shared State หรือความแตกต่างของ Environment เพื่อให้ Suite ยังเป็นสิ่งที่ทีมเชื่อถือ ไม่ใช่สิ่งที่ถูกมองข้าม